การศึกษาเป็นกิจกรรมพัฒนามนุษย์และสมรรถภาพของมนุษย์ ที่สัมพันธ์กับผลิตภาพทางเศรษฐกิจ เป็นการลงทุนเพื่อให้มนุษย์มีความสามารถและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
การศึกษาเกี่ยวข้อง ทั้งการบริโภค และการผลิต ที่มุ่งไปสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ความรู้ในการผลิตของมนุษย์ จะช่วยยกศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพิ่มทางเลือกและเสรีภาพของมนุษย์
พบว่า ปัญหาพื้นฐานของประเทศด้อยพัฒนาส่วนมาก ไม่ได้เป็นเพราะขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นเพราะความด้อยพัฒนาของทรัพยากรมนุษย์
หากไม่พัฒนาศักยภาพของมนุษย์ การพัฒนาจะเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางวัตถุ เศรษฐกิจ การเมือง หรือวัฒนธรรม
ฉะนั้นในการพัฒนา ภาระกิจแรกที่ต้องทำ คือการปรับปรุงการศึกษา ซึ่งในเรื่องนี้
Myers และ Hanson ได้ให้ข้อคิดสำหรับการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนา ดังนี้
1. มีความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาการศึกษาของประเทศ กับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
2. การศึกษาเพียงลำพัง ไม่เป็นเครื่องประกันที่เพียงพอว่าประเทศจะมั่งคั่ง อย่างกรณีของอียิปต์ อินเดีย และประเทศไทย ที่มีการศึกษาอยู่ในระดับสูง แต่มีรายได้ต่อหัวต่ำ
3. การลงทุนทางการศึกษา จะต้องปรับให้อยู่ในภาวะที่สมดุลย์ เหมาะสมกับความต้องการ และระดับของการพัฒนา มิฉะนั้นจะดำเนินไปสู่ความลำบาก และในการจัดการศึกษาจะต้องเลือกว่า
3.1. จะเน้นเรื่องคุณภาพ หรือปริมาณ
3.2. จะเปิดสอนเน้นหนักไปทางวิทยาศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์
3.3. การฝึกอบรมด้านอาชีพจะอบรมในสถาบันการศึกษา หรือในระหว่างทำงาน โดยความรับผิดชอบของภาคธุระกิจและอุตสาหกรรม
3.4. จะกำหนดเงินเดือนโดยรัฐ หรือโดยตลาดแรงงาน
3.5. จะให้ความสำคัญกับความต้องการของแต่ละบุคคล หรือความต้องการของรัฐ
4. การลงทุนและเป้าหมายทางการศึกษา จะต้องปรับให้ตรงกับความเป็นจริงและระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ
5. จะต้องยอมรับความจริงว่า การศึกษาทำให้เกิดอุปสงค์ทางการศึกษาอย่างรุนแรง และผลักดันที่จะได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น กล่าวคือ การพัฒนาประถมศึกษาจะเพิ่มอุปสงค์ในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา
แม้ว่าการศึกษาจะเป็นการลงทุนเพื่อให้มนุษย์มีความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจก็ตาม แต่หากแผนการศึกษากับแผนพัฒนาเศรษฐกิจไม่ไปด้วยกัน การพัฒนาเศรษฐกิจก็เป็นไปได้ยาก
---------------------------------------------------------------------------
สาระคิด
การลงทุนทางการศึกษา จะต้องปรับโปรแกรมให้สมดุลย์ เหมาะสมกับความต้องการของคนและระดับการพัฒนา มิฉะนั้นจะพบกับความยากลำบาก
Harbison
------------------------------------------------------
วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
การอุดมศึกษาในประเทศกำลังพัฒนา
การศึกษาระดับอุมศึกษามีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนระดับสูง เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แต่ในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมค่อนข้างจะรวดเร็ว กลับมีคำถามถึงผลผลิตของสถาบันอุดมศึกษาว่าสามารถตอบสนองสังคมได้คุ้มค่ากับทุนที่ลงไปหรือไม่เพียงใด
จากการศึกษาพบว่า การอุดมศึกษาในประเทศกำลังพัฒนามีลักษณะและปัญหาที่สำคัญดังต่อไปนี้
1. เป็นระบบอุดมศึกษา ที่มีความหลากหลาย จัดตั้งโดยการประยุกต์ใช้ทั้งตัวแบบอังกฤษและอเมริกา บางครั้งจึงไม่อาจสนองตอบความต้องการของท้องถิ่นได้
2. เป็นระบบอุดมศึกษา ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีความกดดันให้ขยายต่อไปเรื่อยๆ เป็นการขยายตัวที่ขาดการวางแผน และไม่สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่
3. เป็นระบบอุดมศึกษาที่ให้ความสำคัญกับกับการเปิดสอนสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พอๆกับกับการเปิดสอนสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยี
4. การบริหารมหาวิทยาลัยขาดประสิทธิภาพ มีประสิทธิภาพภายในต่ำ ไม่มีกระบวนการที่เหมาะสม ในการตรวจสอบเนื้อหาในกระบวนวิชาต่างๆ ตลอดจนการสอนและการประเมินคุณภาพ
5. มีจำนวนนักศึกษามากเกินไป ขาดแคลนอาจารย์ สิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพไม่เหมาะสม ห้องสมุดมีคุณภาพที่แย่ และมีอุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอ
6. มีหลักสูตรและวิธีสอนที่ล้าสมัย ธรรมชาติการสอนในห้องเรียนมีลักษณะอำนาจนิยม ทำให้นักศึกษาไม่กล้าคิดอย่างอิสระ วิธีสอนใช้วิธีอ่านเนื้อหาคำสอนที่เตรียมไว้เพื่อการบรรยาย โดยมีการถ่ายสำเนาเพื่อขายนักศึกษา และข้อสอบส่วนใหญ่มีข้อคำถามตามสำเนาที่ขายนักศึกษานั่นเอง โดยที่นักศึกษาและอาจารย์ผู้สอนไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือตำราค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม
7. ในส่วนของอาจารย์ พบว่ามีปัญหาดังต่อไปนี้
(1) เกิดปรากฏการณ์สมองไหล อาจารย์ลาออกไปทำงานในมหาวิทยาลัยอื่น หรือไม่ก็มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ หรือธุรกิเอกชนที่มีสภาพการทำงานและให้ผลตอบแทนดีกว่า
(2) มีอาจารย์ส่วนหนึ่ง ใช้เวลางานทำธุรกิจส่วนตัว หรือทำกิจกรรมอื่นเพื่อหารายได้ แทนที่จะพยายามปรับปรุงคุณภาพการสอนการวิจัยให้ดีขึ้น
(3) มีอาจารย์จำนวนหนึ่ง อุทิศเวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมทางการเมือง โดยทำงานกับพรรคการเมืองและสหภาพแรงงาน โดยอ้างความเป็นนักวิชาการ
ทั้งหมด เป็นลักษณะและปัญหาของการอุดมศึกษาในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดคำถามถึงคุณภาพของบัณฑิตที่จบการศึกษา ว่า มีทักษะทางวิชาชีพที่พร้อมจะใช้ในการทำงานหรือไม่ มีคุณธรรมจริยธรรมและคุณภาพส่วนบุคคลเป็นที่ต้องการหรือไม่ คุ้มกับงบประมาณที่ลงทุนไปหรือไม่
-------------------------------------------------------------------------------
สาระคิด
คุณภาพของการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย และคุณภาพของอาจารย์
คือคุณภาพของบัณฑิต
-------------------------------------
จากการศึกษาพบว่า การอุดมศึกษาในประเทศกำลังพัฒนามีลักษณะและปัญหาที่สำคัญดังต่อไปนี้
1. เป็นระบบอุดมศึกษา ที่มีความหลากหลาย จัดตั้งโดยการประยุกต์ใช้ทั้งตัวแบบอังกฤษและอเมริกา บางครั้งจึงไม่อาจสนองตอบความต้องการของท้องถิ่นได้
2. เป็นระบบอุดมศึกษา ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีความกดดันให้ขยายต่อไปเรื่อยๆ เป็นการขยายตัวที่ขาดการวางแผน และไม่สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่
3. เป็นระบบอุดมศึกษาที่ให้ความสำคัญกับกับการเปิดสอนสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พอๆกับกับการเปิดสอนสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยี
4. การบริหารมหาวิทยาลัยขาดประสิทธิภาพ มีประสิทธิภาพภายในต่ำ ไม่มีกระบวนการที่เหมาะสม ในการตรวจสอบเนื้อหาในกระบวนวิชาต่างๆ ตลอดจนการสอนและการประเมินคุณภาพ
5. มีจำนวนนักศึกษามากเกินไป ขาดแคลนอาจารย์ สิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพไม่เหมาะสม ห้องสมุดมีคุณภาพที่แย่ และมีอุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอ
6. มีหลักสูตรและวิธีสอนที่ล้าสมัย ธรรมชาติการสอนในห้องเรียนมีลักษณะอำนาจนิยม ทำให้นักศึกษาไม่กล้าคิดอย่างอิสระ วิธีสอนใช้วิธีอ่านเนื้อหาคำสอนที่เตรียมไว้เพื่อการบรรยาย โดยมีการถ่ายสำเนาเพื่อขายนักศึกษา และข้อสอบส่วนใหญ่มีข้อคำถามตามสำเนาที่ขายนักศึกษานั่นเอง โดยที่นักศึกษาและอาจารย์ผู้สอนไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือตำราค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม
7. ในส่วนของอาจารย์ พบว่ามีปัญหาดังต่อไปนี้
(1) เกิดปรากฏการณ์สมองไหล อาจารย์ลาออกไปทำงานในมหาวิทยาลัยอื่น หรือไม่ก็มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ หรือธุรกิเอกชนที่มีสภาพการทำงานและให้ผลตอบแทนดีกว่า
(2) มีอาจารย์ส่วนหนึ่ง ใช้เวลางานทำธุรกิจส่วนตัว หรือทำกิจกรรมอื่นเพื่อหารายได้ แทนที่จะพยายามปรับปรุงคุณภาพการสอนการวิจัยให้ดีขึ้น
(3) มีอาจารย์จำนวนหนึ่ง อุทิศเวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมทางการเมือง โดยทำงานกับพรรคการเมืองและสหภาพแรงงาน โดยอ้างความเป็นนักวิชาการ
ทั้งหมด เป็นลักษณะและปัญหาของการอุดมศึกษาในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดคำถามถึงคุณภาพของบัณฑิตที่จบการศึกษา ว่า มีทักษะทางวิชาชีพที่พร้อมจะใช้ในการทำงานหรือไม่ มีคุณธรรมจริยธรรมและคุณภาพส่วนบุคคลเป็นที่ต้องการหรือไม่ คุ้มกับงบประมาณที่ลงทุนไปหรือไม่
-------------------------------------------------------------------------------
สาระคิด
คุณภาพของการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย และคุณภาพของอาจารย์
คือคุณภาพของบัณฑิต
-------------------------------------
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ความเป็นผู้นำกับความมีประสิทธิผลของสถานศึกษา
ความเป็นผู้นำ หมายถึง ความสามารถในการใช้ให้ผู้อื่นกระทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผู้นำอาจจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ ผู้นำโดยตำแหน่ง และผู้นำที่เกิดจากการยอมรับของเพื่อนร่วมงาน ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ คือผู้นำที่เป็นโดยตำแหน่งและเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงาน
โดยพื้นฐานความเป็นผู้นำ จะลักษณะร่วมดังต่อไปนี้
- มีทักษะเกี่ยวกับคน รู้ธรรมชาติของคน และรู้จักใช้คน
- มีความปรารถนาที่จะมีอิทธิพลเหนือคนอื่น ซึ่งเป็นอิทธิลในทางที่ดี
- มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ทั้งความรู้วิชาชีพ และความรู้ทั่วไป
- มีนิสัยการทำงานที่ดี และ
- มีทักษะเกี่ยวกับองค์การ รู้โครงสร้าง สายบังคับบัญชาและอำนาจขององค์การ
รวมทั้งจะต้องมี ลักษณะต่อไปนี้ อันเป็นลักษณะที่จำเป็นควบคู่ไปกับความเป็นผู้นำ กล่าวคือ
- เป็นผู้มองโลกในแง่ดี มองเห็นโอกาสของทุกปัญหา ไม่ใช่มองเห็นปัญหาในทุกโอกาส
- มีความกล้า กล้าที่จะคิด กล้าที่จะริเริ่ม กล้าที่จะตัดสินใจ และ
- มีวินัยในตนเอง เป็นผู้ที่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
ในเรื่องของการศึกษา มีคำกล่าวว่า "ไม่เคยเห็นสถานศึกษาที่ดีที่มีหัวหน้าสถานศึกษาที่แย่ หรือไม่เคยเห็นสถานศึกษาที่แย่ที่มีหัวหน้าสถานศึกษาที่ดี" ทั้งนี้เพราะความเป็นผู้นำ ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างสถานศึกษาธรรมดากับสถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศ
จากการศึกษาวิจัยพบว่า สถานศึกษาจะมีประสิทธิผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ความเป็นผู้นำของหัวหน้าสถานศึกษา ในลักษณะต่อไปนี้
1. มีความปรารถนาที่จะนำ มีความตั้งใจที่จะกระทำด้วยความกล้าหาญ และด้วยความมั่นคง แม้ในสถานะการณ์ที่ยุ่งยาก
2. เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่ม และเป็นผู้ที่คิดอย่างมีข้อมูล
3. ทำงานโดยมุ่งไปที่เป้าหมาย โดยมีเป้าหมายขององค์การที่ชัดเจนและหลักแหลม
4. เป็นตัวอย่างที่ดี โดยที่ตนเองทำงานหนัก
5. ยอมรับเอกลักษณ์ของครูอาจารย์ ที่แตกต่างเกี่ยวกับ รูปแบบ ทัศนคติ ทักษะ และมุ่งหมายของการสอน ตลอดจน ยอมรับความแตกต่างของวิธีสอนเหล่านั้น
6. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า อะไรคือสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ และกระตุ้นให้บุคคลากรทำงานเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง
7. มีความคาดหวังสูง ทั้งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และการปฏิบัติงานของ
บุคคลากร ตลอดจน มีการตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าเป็นระยะๆ
8. มีการสังเกตการสอนของครูอาจารย์ และให้ข้อมูลป้อนกลับในเชิงบวกและสร้างสรรค์
9. กระตุ้นให้ใช้เวลาสอนอย่างมีประสิทธิภาพ และกำหนดกรรมวิธีดำเนินการเรียนการสอนให้เกิดความยุ่งยากน้อยที่สุด
10. ใช้วัสดุและและทรัพยากรบุคคลอย่างสร้างสรรค์
จะเห็นว่า สถานศึกษาจะมีประสิทธิผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับ วิสัยทัศน์ การอุทิศตน และความมีพลัง ของผู้นำของสถานศึกษานั้นๆ
-------------------------------------------------------------------
สาระคิด
ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้พร้อมที่จะต่อสู้กับความยากลำบาก
----------------------------------------
โดยพื้นฐานความเป็นผู้นำ จะลักษณะร่วมดังต่อไปนี้
- มีทักษะเกี่ยวกับคน รู้ธรรมชาติของคน และรู้จักใช้คน
- มีความปรารถนาที่จะมีอิทธิพลเหนือคนอื่น ซึ่งเป็นอิทธิลในทางที่ดี
- มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ทั้งความรู้วิชาชีพ และความรู้ทั่วไป
- มีนิสัยการทำงานที่ดี และ
- มีทักษะเกี่ยวกับองค์การ รู้โครงสร้าง สายบังคับบัญชาและอำนาจขององค์การ
รวมทั้งจะต้องมี ลักษณะต่อไปนี้ อันเป็นลักษณะที่จำเป็นควบคู่ไปกับความเป็นผู้นำ กล่าวคือ
- เป็นผู้มองโลกในแง่ดี มองเห็นโอกาสของทุกปัญหา ไม่ใช่มองเห็นปัญหาในทุกโอกาส
- มีความกล้า กล้าที่จะคิด กล้าที่จะริเริ่ม กล้าที่จะตัดสินใจ และ
- มีวินัยในตนเอง เป็นผู้ที่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
ในเรื่องของการศึกษา มีคำกล่าวว่า "ไม่เคยเห็นสถานศึกษาที่ดีที่มีหัวหน้าสถานศึกษาที่แย่ หรือไม่เคยเห็นสถานศึกษาที่แย่ที่มีหัวหน้าสถานศึกษาที่ดี" ทั้งนี้เพราะความเป็นผู้นำ ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างสถานศึกษาธรรมดากับสถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศ
จากการศึกษาวิจัยพบว่า สถานศึกษาจะมีประสิทธิผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ความเป็นผู้นำของหัวหน้าสถานศึกษา ในลักษณะต่อไปนี้
1. มีความปรารถนาที่จะนำ มีความตั้งใจที่จะกระทำด้วยความกล้าหาญ และด้วยความมั่นคง แม้ในสถานะการณ์ที่ยุ่งยาก
2. เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่ม และเป็นผู้ที่คิดอย่างมีข้อมูล
3. ทำงานโดยมุ่งไปที่เป้าหมาย โดยมีเป้าหมายขององค์การที่ชัดเจนและหลักแหลม
4. เป็นตัวอย่างที่ดี โดยที่ตนเองทำงานหนัก
5. ยอมรับเอกลักษณ์ของครูอาจารย์ ที่แตกต่างเกี่ยวกับ รูปแบบ ทัศนคติ ทักษะ และมุ่งหมายของการสอน ตลอดจน ยอมรับความแตกต่างของวิธีสอนเหล่านั้น
6. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า อะไรคือสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ และกระตุ้นให้บุคคลากรทำงานเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง
7. มีความคาดหวังสูง ทั้งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และการปฏิบัติงานของ
บุคคลากร ตลอดจน มีการตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าเป็นระยะๆ
8. มีการสังเกตการสอนของครูอาจารย์ และให้ข้อมูลป้อนกลับในเชิงบวกและสร้างสรรค์
9. กระตุ้นให้ใช้เวลาสอนอย่างมีประสิทธิภาพ และกำหนดกรรมวิธีดำเนินการเรียนการสอนให้เกิดความยุ่งยากน้อยที่สุด
10. ใช้วัสดุและและทรัพยากรบุคคลอย่างสร้างสรรค์
จะเห็นว่า สถานศึกษาจะมีประสิทธิผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับ วิสัยทัศน์ การอุทิศตน และความมีพลัง ของผู้นำของสถานศึกษานั้นๆ
-------------------------------------------------------------------
สาระคิด
ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้พร้อมที่จะต่อสู้กับความยากลำบาก
----------------------------------------
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558
คุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบัน
ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า สังคมกำลังเปลียนแปลงอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงในทุกแง่มุมของชีวิต จนกระทบกระเทือนต่อปัจเจกบุคคล ทั้งในฐานะคนทำงานและในฐานะพลเมือง ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอด
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว คือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับความรู้ เทคโนโลยี และรูปแบบทางสังคม
ในด้านอาชีพ มีเพิ่มเครื่องมือเครื่องใช้ที่อัตโนมัติมากขึ้น เพิ่มทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการวางแผน ความสามารถในการแสวงหาและเพิ่มทักษะ ตลอดจนสมรรถภาพในการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้น คนทำงานในยุคปัจจุบันจะต้องมีความสามารถในการประยุกต์และความยืดหยุ่น
นอกจากนั้น การปฏิวัติวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ยังส่งผลต่ออำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจอีกด้วย
นักจิตวิทยาชื่อ Karl Menninger กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ค่านิยมด้านคุณธรรมและความสำนึกที่รับผิดชอบทางสังคมหายไป อันนำไปสู่การเกิดปัญหาทางสังคมที่สำคัญๆ เช่น ปัญหาคอรัปชั่น ความรุนแรงทางสังคม ฯลฯ เขาเห็นว่า บ้าน ชุมชน โรงเรียน และองค์กรอื่นๆ จำเป็นจะต้องปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างการพึ่งตนเองกับความรับผิดชอบต่อบุคคลอื่น
จึงเป็นหน้าที่ของสถาบันทางสังคม ที่จะต้องพัฒนาด้านคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในลักษณะต่อไปนี้
ในขอบเขตของเศรษฐกิจ คนทำงานจะต้องเพิ่มการมีสมรรถนะในการแก้ปัญหาและในฐานะปัจเจกบุคคล จะต้องมีความสามารถในการเรียนรู้งานใหม่หรือเตรียมตัวเพื่อทำงานที่แตกต่างออกไป ในด้านมนุษยสัมพันธ์ บุคคลจำเป็นจะต้องมีทักษะมนุษยสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลมาจากการเพิ่มจำนวนของงานบริการ ได้แก่ งานสอน งานที่ต้องใช้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่ม งานเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม งานที่เกี่ยวกับสันทนาการ งานรัฐบาล ฯลฯ
ในขอบเขตของการเมือง การเปลี่ยนแปลงทำให้พลเมืองทุกคน ในฐานะที่เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย จำเป็นจะต้องตระเตรียมเพื่อมีส่วนร่วมด้วยความรับผิดชอบ และในการแก้ปัญหาวิฤตการณ์ทางสังคม ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นได้อย่างดี ก็โดยการเจรจาต่อรอง ประนีประนอม รวมทั้งคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ในฐานะพลเมืองจะต้องเรียนรู้ที่จะมองไปข้างหน้า มองถึงปัญหาของท้องถิ่น ปัญหาของชาติ และปัญหาของโลก พลเมืองที่มีการศึกษาควรได้รับการเตรียมตัวที่จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางทางการเมือง มากกว่าการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียว
ในขอบเขตของสังคม บุคคลแต่ละคนจะต้องเพิ่ม ทัศนคติ ค่านิยม และทักษะที่จำเป็น สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความแตกแยกเป็นกลุ่มต่างๆ อันมีผลมาจากความไม่ไว้วางใจ ความรู้สึกเป็นศัตรู และการปฏิเสธความแตกต่าง สังคมที่มีประสิทธิผล ต้องการคนหลายๆกลุ่มทำงานร่วมกัน เพื่อสนองความต้องการร่วมกัน ทั้งในเรื่อง การศึกษา การทำงานอาชีพ การขนส่ง สันทนาการ การบริการส่วนบุคคล และความปลอดภัยทางกายภาพ
ในขอบเขตของบุคคล บุคคลจำเป็นจะต้องพัฒนาคุณภาพ จะต้องเรียนรู้ที่จะอดทน เพื่อทนต่อความกดดันของสังคม ความไม่ลงรอย และความไม่แน่นอน บุคคลจะต้องเข้าใจและอดทนที่จะทำงานกับคนอื่น หรือการจัดการกับสังคมที่ซับซ้อน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน กุญแจสำคัญในการพัฒนาบุคคล ก็คือการปล่อยให้เกิดค่านิยม ความสนใจ และรูปแบบของการจัดการปัญหาส่วนตัวของแต่ละบุคคลที่หลากหลาย เพราะสังคมในยุคปัจจุบัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีเสรีภาพในการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นหน้าที่ของสถาบันทางสังคม โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาทุกระดับ จะต้องช่วยกันพัฒนาคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเินนชีวิต ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข
---------------------------------------------------------------------------
สาระคิด
You can't get lost if you don't know where you're going.
----------------------------------------------------------
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว คือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับความรู้ เทคโนโลยี และรูปแบบทางสังคม
ในด้านอาชีพ มีเพิ่มเครื่องมือเครื่องใช้ที่อัตโนมัติมากขึ้น เพิ่มทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการวางแผน ความสามารถในการแสวงหาและเพิ่มทักษะ ตลอดจนสมรรถภาพในการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้น คนทำงานในยุคปัจจุบันจะต้องมีความสามารถในการประยุกต์และความยืดหยุ่น
นอกจากนั้น การปฏิวัติวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ยังส่งผลต่ออำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจอีกด้วย
นักจิตวิทยาชื่อ Karl Menninger กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ค่านิยมด้านคุณธรรมและความสำนึกที่รับผิดชอบทางสังคมหายไป อันนำไปสู่การเกิดปัญหาทางสังคมที่สำคัญๆ เช่น ปัญหาคอรัปชั่น ความรุนแรงทางสังคม ฯลฯ เขาเห็นว่า บ้าน ชุมชน โรงเรียน และองค์กรอื่นๆ จำเป็นจะต้องปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างการพึ่งตนเองกับความรับผิดชอบต่อบุคคลอื่น
จึงเป็นหน้าที่ของสถาบันทางสังคม ที่จะต้องพัฒนาด้านคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในลักษณะต่อไปนี้
ในขอบเขตของเศรษฐกิจ คนทำงานจะต้องเพิ่มการมีสมรรถนะในการแก้ปัญหาและในฐานะปัจเจกบุคคล จะต้องมีความสามารถในการเรียนรู้งานใหม่หรือเตรียมตัวเพื่อทำงานที่แตกต่างออกไป ในด้านมนุษยสัมพันธ์ บุคคลจำเป็นจะต้องมีทักษะมนุษยสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลมาจากการเพิ่มจำนวนของงานบริการ ได้แก่ งานสอน งานที่ต้องใช้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่ม งานเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม งานที่เกี่ยวกับสันทนาการ งานรัฐบาล ฯลฯ
ในขอบเขตของการเมือง การเปลี่ยนแปลงทำให้พลเมืองทุกคน ในฐานะที่เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย จำเป็นจะต้องตระเตรียมเพื่อมีส่วนร่วมด้วยความรับผิดชอบ และในการแก้ปัญหาวิฤตการณ์ทางสังคม ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นได้อย่างดี ก็โดยการเจรจาต่อรอง ประนีประนอม รวมทั้งคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ในฐานะพลเมืองจะต้องเรียนรู้ที่จะมองไปข้างหน้า มองถึงปัญหาของท้องถิ่น ปัญหาของชาติ และปัญหาของโลก พลเมืองที่มีการศึกษาควรได้รับการเตรียมตัวที่จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางทางการเมือง มากกว่าการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียว
ในขอบเขตของสังคม บุคคลแต่ละคนจะต้องเพิ่ม ทัศนคติ ค่านิยม และทักษะที่จำเป็น สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความแตกแยกเป็นกลุ่มต่างๆ อันมีผลมาจากความไม่ไว้วางใจ ความรู้สึกเป็นศัตรู และการปฏิเสธความแตกต่าง สังคมที่มีประสิทธิผล ต้องการคนหลายๆกลุ่มทำงานร่วมกัน เพื่อสนองความต้องการร่วมกัน ทั้งในเรื่อง การศึกษา การทำงานอาชีพ การขนส่ง สันทนาการ การบริการส่วนบุคคล และความปลอดภัยทางกายภาพ
ในขอบเขตของบุคคล บุคคลจำเป็นจะต้องพัฒนาคุณภาพ จะต้องเรียนรู้ที่จะอดทน เพื่อทนต่อความกดดันของสังคม ความไม่ลงรอย และความไม่แน่นอน บุคคลจะต้องเข้าใจและอดทนที่จะทำงานกับคนอื่น หรือการจัดการกับสังคมที่ซับซ้อน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน กุญแจสำคัญในการพัฒนาบุคคล ก็คือการปล่อยให้เกิดค่านิยม ความสนใจ และรูปแบบของการจัดการปัญหาส่วนตัวของแต่ละบุคคลที่หลากหลาย เพราะสังคมในยุคปัจจุบัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีเสรีภาพในการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นหน้าที่ของสถาบันทางสังคม โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาทุกระดับ จะต้องช่วยกันพัฒนาคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเินนชีวิต ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข
---------------------------------------------------------------------------
สาระคิด
You can't get lost if you don't know where you're going.
----------------------------------------------------------
วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558
การบริหารจัดการโรงเรียนที่มีประสิทธิผล
โรงเรียนที่มีประสิทธิผล หมายถึงโรงเรียนที่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกิจ จนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยไม่คำนึงว่าใช้ทรัพยากรทางการศึกษามากหรือน้อยเพียงใด
จากการศึกษา พบว่าการบริหารจัดการโรงเรียนที่มีประสิทธิผลมียุทธวิธีดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1. ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นโรงเรียนที่พยายามสนองตอบนักเรียนทั้งหมด มีการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือนักเรียน ยอมรับความแตกต่างของนักเรียน ให้ความสำคัญกับความจำเป็นและสวัสดิการของนักเรียนเป็นอันดับแรก โรงเรียนจะใช้อาสาสมัครของชุมชน ผู้ปกครอง ครู และเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล ตลอดจนมีบรรยากาศของความไว้วางใจที่สร้างขึ้นระหว่างนักเรียนและครู
2. มีโปรแกรมทางวิชาการให้เลือกหลากหลาย การพัฒนานักเรียนและการจัดโปรแกรมทางวิชาการที่หลากหลาย เป็นเป้าหมายที่สำคัญของโรงเรียน หลักสูตรมีเนื้อหาที่ลุ่มลึก มีโปรแกรมเสริมหลักสูตร และมีการติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนอย่างเหมาะสม
3. มีการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน โรงเรียนที่มีประสิทธิผล มีโครงสร้างที่สนับสนุนการสอนที่โดดเด่น ครูและผู้บริหารเชื่อในความสามารถของตนเอง ว่ามีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน และเชื่อว่านักเรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ มีการปรับปรุงการสอนให้สนองความต้องการของนักเรียน โดยใช้ยุทธวิธีการสอนหลายอย่าง ตลอดจน ยอมรับและให้รางวัลนักเรียนที่ประสบความสำเร็จ
4. มีบรรยากาศในเชิงบวก โรงเรียนที่มีประสิทธิผล จะมีโครงสร้างที่ชัดเจน ด้วยการะบุพันธกิจ เป้าหมาย ค่านิยม และมาตรฐานของการปฏิบัติงาน ที่ได้รับการสนับสนุนจากครูอย่างสม่ำเสมอ ครูและหัวหน้าสถานศึกษาอุทิศตนเพื่อการนำไปสู่ความเสมอภาค สร้างสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ที่เป็นมิตร สร้างวินัยนักเรียนโดยใช้วิธีการในเชิงบวก โดยมีพฤติกรรมของผู้บริหารเป็นตัวแบบที่สำคัญ
5. ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงาน มีการสร้างสภาพแวดล้อมทางวิชาชีพที่อำนวยความสะดวกให้การทำงานประสบความสำเร็จ ครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ครูมีอิสระในการทำงาน แต่มีการควบคุมอย่างมีเหตุผล โดยครูทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนหลักสูตรและการสอน
6. มีการพัฒนาบุคลากรอย่างกว้างขวาง ระบบการประเมินผลครู จะถูกนำมาใช้ เพื่อช่วยให้ครูได้ปรับปรุงทักษะให้ดีขึ้น มีการแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน มีการฝึกอบรมเพื่อสนองความต้องการเฉพาะของครูแต่ละคน ใช้การฝึกอบรมในการสร้างสภาพแวดล้อมของความร่วมมือ ครูและผู้บริหารจะต้องจัดการฝึกอบรมในระหว่างประจำการ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาอย่างกว้างขวางต่อไป
7. มีการใช้ความเป็นผู้นำร่วมกัน ความเป็นผู้นำในเชิงสร้าสรรค์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหัวหน้าสถานศึกษาเป็นส่วนใหญ่ แต่เกิดจากผู้บริหารโรงเรียนใช้ท่าทีของความเป็นผู้นำอย่างเหมาะสม คือแก้ปัญหาโดยอาศัยความร่วมมือ มีการใช้ทีมหรือกลุ่มตัดสินใจ มีการมอบอำนาจ ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ทั้งของครูและนักเรียน ใช้ความเป็นผู้นำเพื่อสร้างความร่วมมือในการกำหนดทิศทางของโรงเรียน ให้ความสะดวกในการทำงานของครู ตลอดจนให้ครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เช่น การสร้างเป้าหมาย พันธกิจ เป็นต้น
8. สนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ครูในโรงเรียนที่มีประสิทธิผลไม่จำนนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แต่จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นเรื่องท้าทาย และพยายามหาวิธีแก้ปัญหาให้ได้ นอกจากนั้น ครูจะทำงานด้วยความรับผิดชอบ สร้างสรรค์ สม่ำเสมอและอย่างมืออาชีพ ทรัพยากรต่างๆ เช่น เวลา สิ่งอำนวยความสะดวก ความเชี่ยวชาญ ฯลฯ ถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการเรียนการสอน
9. เกี่ยวข้องกับผู้ปกครองและชุมชน โรงเรียนที่มีประสิทธิผลจะมีผู้ปกครองนักเรียนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญ โรงเรียนมีวิธีหลายอย่างที่จะสื่อสาร ตลอดจนทำงานร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน และกระบวนการตัดสินใจ โดยถือว่าผู้ปกครองและชุมชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่จะช่วยขยายขอบเขตการทำงานของโรงเรียน ในลักษณะที่ โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนสนับสนุนกันและกัน
จะเห็นว่า โรงเรียนที่มีประสิทธิผล ไม่ได้เกิดจากผู้บริหารโรงเรียนแต่เพียงผู้เดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่เป็นสำคัญ โดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
-----------------------------------------------------------------------------------
สาระคำ
การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อันเนื่องมาจากการมีประสบการณ์
----------------------------------------------------------------
จากการศึกษา พบว่าการบริหารจัดการโรงเรียนที่มีประสิทธิผลมียุทธวิธีดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1. ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นโรงเรียนที่พยายามสนองตอบนักเรียนทั้งหมด มีการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือนักเรียน ยอมรับความแตกต่างของนักเรียน ให้ความสำคัญกับความจำเป็นและสวัสดิการของนักเรียนเป็นอันดับแรก โรงเรียนจะใช้อาสาสมัครของชุมชน ผู้ปกครอง ครู และเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล ตลอดจนมีบรรยากาศของความไว้วางใจที่สร้างขึ้นระหว่างนักเรียนและครู
2. มีโปรแกรมทางวิชาการให้เลือกหลากหลาย การพัฒนานักเรียนและการจัดโปรแกรมทางวิชาการที่หลากหลาย เป็นเป้าหมายที่สำคัญของโรงเรียน หลักสูตรมีเนื้อหาที่ลุ่มลึก มีโปรแกรมเสริมหลักสูตร และมีการติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนอย่างเหมาะสม
3. มีการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน โรงเรียนที่มีประสิทธิผล มีโครงสร้างที่สนับสนุนการสอนที่โดดเด่น ครูและผู้บริหารเชื่อในความสามารถของตนเอง ว่ามีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน และเชื่อว่านักเรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ มีการปรับปรุงการสอนให้สนองความต้องการของนักเรียน โดยใช้ยุทธวิธีการสอนหลายอย่าง ตลอดจน ยอมรับและให้รางวัลนักเรียนที่ประสบความสำเร็จ
4. มีบรรยากาศในเชิงบวก โรงเรียนที่มีประสิทธิผล จะมีโครงสร้างที่ชัดเจน ด้วยการะบุพันธกิจ เป้าหมาย ค่านิยม และมาตรฐานของการปฏิบัติงาน ที่ได้รับการสนับสนุนจากครูอย่างสม่ำเสมอ ครูและหัวหน้าสถานศึกษาอุทิศตนเพื่อการนำไปสู่ความเสมอภาค สร้างสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ที่เป็นมิตร สร้างวินัยนักเรียนโดยใช้วิธีการในเชิงบวก โดยมีพฤติกรรมของผู้บริหารเป็นตัวแบบที่สำคัญ
5. ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงาน มีการสร้างสภาพแวดล้อมทางวิชาชีพที่อำนวยความสะดวกให้การทำงานประสบความสำเร็จ ครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ครูมีอิสระในการทำงาน แต่มีการควบคุมอย่างมีเหตุผล โดยครูทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนหลักสูตรและการสอน
6. มีการพัฒนาบุคลากรอย่างกว้างขวาง ระบบการประเมินผลครู จะถูกนำมาใช้ เพื่อช่วยให้ครูได้ปรับปรุงทักษะให้ดีขึ้น มีการแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน มีการฝึกอบรมเพื่อสนองความต้องการเฉพาะของครูแต่ละคน ใช้การฝึกอบรมในการสร้างสภาพแวดล้อมของความร่วมมือ ครูและผู้บริหารจะต้องจัดการฝึกอบรมในระหว่างประจำการ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาอย่างกว้างขวางต่อไป
7. มีการใช้ความเป็นผู้นำร่วมกัน ความเป็นผู้นำในเชิงสร้าสรรค์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหัวหน้าสถานศึกษาเป็นส่วนใหญ่ แต่เกิดจากผู้บริหารโรงเรียนใช้ท่าทีของความเป็นผู้นำอย่างเหมาะสม คือแก้ปัญหาโดยอาศัยความร่วมมือ มีการใช้ทีมหรือกลุ่มตัดสินใจ มีการมอบอำนาจ ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ทั้งของครูและนักเรียน ใช้ความเป็นผู้นำเพื่อสร้างความร่วมมือในการกำหนดทิศทางของโรงเรียน ให้ความสะดวกในการทำงานของครู ตลอดจนให้ครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เช่น การสร้างเป้าหมาย พันธกิจ เป็นต้น
8. สนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ครูในโรงเรียนที่มีประสิทธิผลไม่จำนนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แต่จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นเรื่องท้าทาย และพยายามหาวิธีแก้ปัญหาให้ได้ นอกจากนั้น ครูจะทำงานด้วยความรับผิดชอบ สร้างสรรค์ สม่ำเสมอและอย่างมืออาชีพ ทรัพยากรต่างๆ เช่น เวลา สิ่งอำนวยความสะดวก ความเชี่ยวชาญ ฯลฯ ถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการเรียนการสอน
9. เกี่ยวข้องกับผู้ปกครองและชุมชน โรงเรียนที่มีประสิทธิผลจะมีผู้ปกครองนักเรียนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญ โรงเรียนมีวิธีหลายอย่างที่จะสื่อสาร ตลอดจนทำงานร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน และกระบวนการตัดสินใจ โดยถือว่าผู้ปกครองและชุมชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่จะช่วยขยายขอบเขตการทำงานของโรงเรียน ในลักษณะที่ โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนสนับสนุนกันและกัน
จะเห็นว่า โรงเรียนที่มีประสิทธิผล ไม่ได้เกิดจากผู้บริหารโรงเรียนแต่เพียงผู้เดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่เป็นสำคัญ โดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
-----------------------------------------------------------------------------------
สาระคำ
การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อันเนื่องมาจากการมีประสบการณ์
----------------------------------------------------------------
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558
การพัฒนาที่ยั่งยืน
การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) เป็นแนวความคิดที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2530 (ค.ศ. 1987) เป็นแนวคิดการพัฒนา ที่มุ่งจะแก้กระบวนทัศน์การพัฒนา ซึ่งถูกครอบงำโดยทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ มาเป็นการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยไม่ทำให้ประชาชนรุ่นต่อไปต้องประนีประนอมยอมลดความสามารถของเขาในการที่จะสนองตอบความต้องการของเขาเอง
การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ประกอบด้วยตัวแปรมากมาย ที่ทำให้บุคคลและชุมชนสร้างเอกลักษณ์แห่งตนที่มีลักษณะเฉพาะ และสร้างความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับโลกได้อย่างมีจุดหมายและความภาคภูมิใจ
การพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญในการที่จะแสดงออกและสนองตอบค่านิยมพื้นฐานของมนุษย์ โดยสังคมจะต้องรับผิดชอบและให้การประกันว่า มนุษย์จะต้องมีสวัสดิการระดับพื้นฐานและมีความเสมอภาค
การเปลี่ยนจุดเน้นไปสู่การสนองตอบความต้องการของมนุษย์นี้ ไม่ได้ปฏิเสธการเจริญเติบโทางเศรษฐกิจ เป็นแต่เพียงเชื่อว่า การตอบสนองความต้องการของมนุษย์มีความสำคัญเท่าๆกับการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเน้นการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างกลมกลืนระหว่างบุคคลและชุมชน กับสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยรวม เป็นกระบวนการพัฒนาที่เน้นความเสมอภาคทางเพศ ศาสนา และความเสมอภาคระหว่างรุ่นอายุ
สำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนมีกรอบการทำงาน ดังนี้
1. จะต้องมีนโยบายเศรษฐกิจ ภาษี การค้า พลังงาน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และนโยบายอื่นๆ ที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
2. จะต้องลงทุนทางการศึกษาและสุขภาพอย่างเพียงพอในรุ่นปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาทางสังคมในรุ่นต่อๆไป
3. จะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติไปในทิศทางที่ไม่สร้างหนี้ทางสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมเกินกว่าที่โลกผลิตทดแทนหรือรับภาระได้
4. จะต้องการความสมดุลย์ระหว่างความจำเป็นในปัจจุบันกับความจำเป็นในอนาคต ระหว่างเอกชนกับรัฐ และระหว่า่งบุคคลกับสังคม
5. จะต้องมีการปรับโครงสร้างของงบประมาณใหม่ จากการใช้จ่ายเพื่อกองทัพ เพื่อรัฐวิสาหกิจที่ไร้ประสิทธิภาพ มาสู่การลงทุนในมนุษย์ และเทคโนโลยีที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
6. จะต้องให้คนแต่ละยุคได้รับการตอบสนองความต้องการ โดยปราศจากการสร้างหนี้ที่เขาไม่ได้สร้างเอง ซึ่งหมายถึง หลีกเลี่ยงการสะสมหนี้ทางสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างมลพิษหรือการใช้ทรัพยากรจนหมด หนี้งบประมาณด้วยการยืมเงิน หนี้สังคมด้วยการละเลยการพัฒนามนุษย์ หนี้ประชากรโดยปล่อยให้เพิ่มประชากรด้วยการไม่ควบคุม ซึ่งหนี้เหล่านี้ จะปล้นลูกหลานของเราในอนาคต
จะเห็นว่า ความยั่งยืนเป็นความจำเป็นของกระบวนการพัฒนา และจะต้องเป็นความยั่งยืนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความยั่งยืนของบุคคล เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและสิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาที่ทุกคนจะต้องได้รับโอการที่จะพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันทั้งในปัจจุบันและอนาคต
------------------------------------------------------------------------------
สาระคิด
มนุษย์ไม่ได้เป็นเครื่องมือของการพัฒนา แต่เป็นผลสุดท้ายของการพัฒนา
---------------------------------------------------------
การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยไม่ทำให้ประชาชนรุ่นต่อไปต้องประนีประนอมยอมลดความสามารถของเขาในการที่จะสนองตอบความต้องการของเขาเอง
การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ประกอบด้วยตัวแปรมากมาย ที่ทำให้บุคคลและชุมชนสร้างเอกลักษณ์แห่งตนที่มีลักษณะเฉพาะ และสร้างความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับโลกได้อย่างมีจุดหมายและความภาคภูมิใจ
การพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญในการที่จะแสดงออกและสนองตอบค่านิยมพื้นฐานของมนุษย์ โดยสังคมจะต้องรับผิดชอบและให้การประกันว่า มนุษย์จะต้องมีสวัสดิการระดับพื้นฐานและมีความเสมอภาค
การเปลี่ยนจุดเน้นไปสู่การสนองตอบความต้องการของมนุษย์นี้ ไม่ได้ปฏิเสธการเจริญเติบโทางเศรษฐกิจ เป็นแต่เพียงเชื่อว่า การตอบสนองความต้องการของมนุษย์มีความสำคัญเท่าๆกับการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเน้นการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างกลมกลืนระหว่างบุคคลและชุมชน กับสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยรวม เป็นกระบวนการพัฒนาที่เน้นความเสมอภาคทางเพศ ศาสนา และความเสมอภาคระหว่างรุ่นอายุ
สำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนมีกรอบการทำงาน ดังนี้
1. จะต้องมีนโยบายเศรษฐกิจ ภาษี การค้า พลังงาน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และนโยบายอื่นๆ ที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
2. จะต้องลงทุนทางการศึกษาและสุขภาพอย่างเพียงพอในรุ่นปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาทางสังคมในรุ่นต่อๆไป
3. จะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติไปในทิศทางที่ไม่สร้างหนี้ทางสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมเกินกว่าที่โลกผลิตทดแทนหรือรับภาระได้
4. จะต้องการความสมดุลย์ระหว่างความจำเป็นในปัจจุบันกับความจำเป็นในอนาคต ระหว่างเอกชนกับรัฐ และระหว่า่งบุคคลกับสังคม
5. จะต้องมีการปรับโครงสร้างของงบประมาณใหม่ จากการใช้จ่ายเพื่อกองทัพ เพื่อรัฐวิสาหกิจที่ไร้ประสิทธิภาพ มาสู่การลงทุนในมนุษย์ และเทคโนโลยีที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
6. จะต้องให้คนแต่ละยุคได้รับการตอบสนองความต้องการ โดยปราศจากการสร้างหนี้ที่เขาไม่ได้สร้างเอง ซึ่งหมายถึง หลีกเลี่ยงการสะสมหนี้ทางสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างมลพิษหรือการใช้ทรัพยากรจนหมด หนี้งบประมาณด้วยการยืมเงิน หนี้สังคมด้วยการละเลยการพัฒนามนุษย์ หนี้ประชากรโดยปล่อยให้เพิ่มประชากรด้วยการไม่ควบคุม ซึ่งหนี้เหล่านี้ จะปล้นลูกหลานของเราในอนาคต
จะเห็นว่า ความยั่งยืนเป็นความจำเป็นของกระบวนการพัฒนา และจะต้องเป็นความยั่งยืนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความยั่งยืนของบุคคล เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและสิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาที่ทุกคนจะต้องได้รับโอการที่จะพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันทั้งในปัจจุบันและอนาคต
------------------------------------------------------------------------------
สาระคิด
มนุษย์ไม่ได้เป็นเครื่องมือของการพัฒนา แต่เป็นผลสุดท้ายของการพัฒนา
---------------------------------------------------------
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558
องค์ประกอบที่จำเป็นต่อการพัฒนามนุษย์
ความเชื่อเรื่องการพัฒนามนุษย์เพื่อการพัฒนาประเทศ เป็นความเชื่อและการปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และถือว่าเป็นยุทธวิธีที่สำคัญ ทั้งนี้ เพราะเล็งเห็นว่ามนุษย์เป็นส่วนสำคัญในทุกกระบวนการของการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง
การพัฒนามนุษย์นั้น สามารถทำได้หลายวิธี มีทั้งให้การศึกษา การให้บริการสาธารณะสุข การให้สวัสดิการ การปรับปรุงภาวะโภชนาการ และการย้ายถิ่น แต่จะใช้วิธีการใดก็ตาม จะต้องยึดองค์ประกอบของการพัฒนาดังต่อไปนี้
1. ความเสมอภาค การพัฒนามนุษย์ จะต้องเป็นการขยายทางเลือกให้กับมนุษย์ และมนุษย์จะต้องมีความเสมอภาคในโอกาส การพัฒนาที่ปราศจากความเสมอภาค เป็นการจำกัดทางเลือกของบุคคลในสังคม
ความเสมอภาคในโอกาส ไม่ได้เกี่ยวกับผลที่ได้รับ ความเสมอภาคในโอกาสไม่ได้หมายความว่า จะมีทางเลือกหรือหรือผลที่ได้รับคล้ายกัน ความเสมอภาคในโอกาสนำไปสู่การได้รับผลที่ไม่เท่าเทียมกันก็ได้
ความเสมอภาคในโอกาส ทางเศรษฐกิจและการเมือง เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์
2. ความยั่งยืน ความยั่งยืนในที่นี้ หมายถึง ความยั่งยืนของทุนทุกรูปแบบ ได้แก่ ความยั่งยืนทางกายภาพ ทุนมนุษย์ การเงินการคลัง ตลอดจนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ความยั่งยืน ไม่ได้หมายความว่า จะต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติทุกสิ่งไว้ตามสภาพเดิมๆ แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะช่วยสร้างสิ่งทดแทนทรัพยากรธรรมชาติได้ และถ้าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพ จะทำให้ทางเลือกของมนุษย์ในอนาคตมีความยิ่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยโลกให้เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ความยั่งยืน เป็นการพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับโลกที่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ต้องรักษาไว้อย่างยั่งยืน คือโอกาสของชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ใช่ความยากลำบากของมนุษย์
3. ผลิตภาพ องค์ประกอบที่สำคัญของกระบวนการพัฒนามนุษย์อีกประการหนึ่ง คือความสามารถในการผลิต ความสามารถที่จะผลิตได้เต็มศักยภาพ เป็นผลิตภาพในฐานะที่มนุษย์เป็นผู้พัฒนา ไม่ใช่ในฐานะที่เป็นเครื่องมือของการพัฒนา
4. ความมีอำนาจ การพัฒนามนุษย์ ไม่ใช่เป็นการให้การเลี้ยงดูหรือการจัดสวัสดิการให้เต็มที่ แต่มุ่งพัฒนาให้มนุษย์มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนา ที่จะปรับปรุงชีวิตของตนให้ดีขึ้น
นโบายที่แย่ที่สุด ก้คือการทำให้คนยากคนจน อยู่ในความดูแลของรัฐตลอดไป
ความมีอำนาจ หมายถึง การพัฒนาให้มนุษย์มีความสามารถที่จะเลือกตามที่ตนต้องการได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทางเศรษฐกิจหรือการเมือง
ซึ่งองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการพัฒนามนุษย์ดังกล่าวนี้ จะครอบคลุมการพัฒนาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม ในการพัฒนามนุษย์จะต้องตรวจสอบเสมอว่า เป็นการพัฒนาที่ยึด ความเสมอภาค ความยั่งยืน ผลิตภาพและความมีอำนาจหรือไม่อย่างไร ถ้าไม่ จัดว่าเป็นการพัฒนามนุษย์ที่ล้มเหลว นำไปสู่ปัญหาในอนาคต
-------------------------------------------------------------
สาระคิด
สังคมด้อยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการด้อยพัฒนา ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ล้วนเกิดจากมนุษย์ที่ด้อยพัฒนาทั้งสิ้น
------------------------------------------
การพัฒนามนุษย์นั้น สามารถทำได้หลายวิธี มีทั้งให้การศึกษา การให้บริการสาธารณะสุข การให้สวัสดิการ การปรับปรุงภาวะโภชนาการ และการย้ายถิ่น แต่จะใช้วิธีการใดก็ตาม จะต้องยึดองค์ประกอบของการพัฒนาดังต่อไปนี้
1. ความเสมอภาค การพัฒนามนุษย์ จะต้องเป็นการขยายทางเลือกให้กับมนุษย์ และมนุษย์จะต้องมีความเสมอภาคในโอกาส การพัฒนาที่ปราศจากความเสมอภาค เป็นการจำกัดทางเลือกของบุคคลในสังคม
ความเสมอภาคในโอกาส ไม่ได้เกี่ยวกับผลที่ได้รับ ความเสมอภาคในโอกาสไม่ได้หมายความว่า จะมีทางเลือกหรือหรือผลที่ได้รับคล้ายกัน ความเสมอภาคในโอกาสนำไปสู่การได้รับผลที่ไม่เท่าเทียมกันก็ได้
ความเสมอภาคในโอกาส ทางเศรษฐกิจและการเมือง เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์
2. ความยั่งยืน ความยั่งยืนในที่นี้ หมายถึง ความยั่งยืนของทุนทุกรูปแบบ ได้แก่ ความยั่งยืนทางกายภาพ ทุนมนุษย์ การเงินการคลัง ตลอดจนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ความยั่งยืน ไม่ได้หมายความว่า จะต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติทุกสิ่งไว้ตามสภาพเดิมๆ แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะช่วยสร้างสิ่งทดแทนทรัพยากรธรรมชาติได้ และถ้าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพ จะทำให้ทางเลือกของมนุษย์ในอนาคตมีความยิ่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยโลกให้เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ความยั่งยืน เป็นการพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับโลกที่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ต้องรักษาไว้อย่างยั่งยืน คือโอกาสของชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ใช่ความยากลำบากของมนุษย์
3. ผลิตภาพ องค์ประกอบที่สำคัญของกระบวนการพัฒนามนุษย์อีกประการหนึ่ง คือความสามารถในการผลิต ความสามารถที่จะผลิตได้เต็มศักยภาพ เป็นผลิตภาพในฐานะที่มนุษย์เป็นผู้พัฒนา ไม่ใช่ในฐานะที่เป็นเครื่องมือของการพัฒนา
4. ความมีอำนาจ การพัฒนามนุษย์ ไม่ใช่เป็นการให้การเลี้ยงดูหรือการจัดสวัสดิการให้เต็มที่ แต่มุ่งพัฒนาให้มนุษย์มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนา ที่จะปรับปรุงชีวิตของตนให้ดีขึ้น
นโบายที่แย่ที่สุด ก้คือการทำให้คนยากคนจน อยู่ในความดูแลของรัฐตลอดไป
ความมีอำนาจ หมายถึง การพัฒนาให้มนุษย์มีความสามารถที่จะเลือกตามที่ตนต้องการได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทางเศรษฐกิจหรือการเมือง
ซึ่งองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการพัฒนามนุษย์ดังกล่าวนี้ จะครอบคลุมการพัฒนาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม ในการพัฒนามนุษย์จะต้องตรวจสอบเสมอว่า เป็นการพัฒนาที่ยึด ความเสมอภาค ความยั่งยืน ผลิตภาพและความมีอำนาจหรือไม่อย่างไร ถ้าไม่ จัดว่าเป็นการพัฒนามนุษย์ที่ล้มเหลว นำไปสู่ปัญหาในอนาคต
-------------------------------------------------------------
สาระคิด
สังคมด้อยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการด้อยพัฒนา ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ล้วนเกิดจากมนุษย์ที่ด้อยพัฒนาทั้งสิ้น
------------------------------------------
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)