วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560

คุณสมบัติทางเศรษฐกิจของสถาบันการศึกษา

ในทางเศรษฐศาสตร์ สถาบันการศึกษาเป็นวิสาหกิจขนาดใหญ่ ซึ่งผลิตบริการทางการศึกษา โดยใช้ทรัพยากรพิเศษชุดหนึ่ง ประกอบด้วย ครูอาจารย์ ผู้บริหาร อาคารเรียน หลักสูตร  และอุปกรณ์ต่างๆ

บริการการศึกษาที่สถาบันการศึกษาจัดขึ้นนั้น ตามหลักเศรษฐศาสตร์ถือว่าไม่ได้เป็นการให้บริการฟรี เพราะการให้บริการทางการศึกษาต้องมีค่าใช้จ่าย ที่ต้องใช้ในกระบวนการผลิต และต้องมีอุปทานทางการศึกษา

ในการผลิตบริการเพื่อสนองความต้องการทางการศึกษา จะต้องจำแนกให้ชัดเจนว่า การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเพื่อการบริโภค การศึกษาเพื่อการลงทุน หรือ เป็นการศึกษาทั้งเพื่อการบริโภคและการลงทุน

ถ้ามองว่าการศึกษาเป็นการบริโภค เราต้องศึกษาพฤติกรรมของพลเมืองในฐานะผู้บริโภค แต่ถ้ามองว่าการศึกษาเป็นการลงทุน เราต้องจัดการศึกษาโดยคำนึงถึงผลตอบแทน และการสนับสนุนให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในฐานะที่สถบันการศึกษาเป็นหน่วยเศรษฐกิจ ทำหน้าที่ผลิตบริการทางการศึกษา สถาบันการศึกษาจะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจเหล่านี้ด้วย

          1. จะต้องตัดสินใจว่า จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดผลิตอะไร ผลิตกำลังคนที่มีคุณสมบัติอย่างไร หรือจะผลิตบริการอะไร จึงจะสนองความต้องการทางการศึกษา ที่สังคมเห็นว่าสำคัญและจำเป็น ทั้งนี้ เพราะสถาบันการศึกษาไม่อาจผลิตบริการทางการศึกษาให้ทุกสิ่งทุกอย่างตามที่สมาชิกในสังคมต้องการได้

          2. จะต้องตัดสินใจว่า จะผลิตอย่างไร ใช้วิธีการผลิตอย่างไร จึงจะประหยัดที่สุดเท่าที่ประหยัดได้ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำนวนจำกัด ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และได้กำลังแรงงานที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุด

          3. จะต้องตัดสินใจว่า จะจำแนกแจกจ่ายสินค้าและบริการที่ผลิตนั้นได้อย่างไร ใครเป็นผู้รับสินค้าและบริการนั้นๆ ในจำนวนเท่าใด และรับบริการอย่างไร ในแง่ของการศึกษาสถาบันการศึกษาจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จะให้บริการกับใคร  จำนวนเท่าใด และจะรับบริการได้อย่างไร และเมื่อได้รับบริการการศึกษาแล้ว จะไปก่อให้เกิดผลิตภาพต่อไปอีกได้อย่างไร

เช่นเดียวกับการผลิตสินค้าและบริการอื่นๆ สถาบันการศึกษาในฐานะที่เป็นผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงหลักเศรษฐศาสตร์ต่อไปนี้

          1. กฎอุปสงค์และอุปทาน ในทางการศึกษาอุปสงค์เป็นความต้องการที่จะใช้กำลังคน ส่วนอุปทานเป็นความต้องการที่จะผลิตกำลังคน  สถานศึกษาจะต้องคำนึงถึงกฎข้อนี้ มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาตามมามากมาย เป็นต้นว่า ปัญหาการว่างงานของผู้มีการศึกษา อันเกิดจากการผลิตกำลังคนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการทางเศรษฐกิจ

          2. ค่าเสียโอกาส สถาบันการศึกษาจะต้องคำนึงว่า การที่ผู้เรียนต้องเรียนในเรื่องหรือโปรแกรมนั้นๆ ผู้เรียนหรือผู้รับบริการได้เสียประโยชน์ที่ควรจะได้ไปเท่าไร และคุ้มกับประโยชน์ที่ต้องเสียไปหรือไม่  นอกจากนั้น ปัจจัยการผลิตทุกชนิดต่างก็มีต้นทุนแห่งค่าเสียโอกาส  กล่าวคือ เมื่อนำปัจจัยการผลิตไปใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการอย่างหนึ่ง ก็ย่อมจะหมดโอกาสที่จะนำไปใช้อย่างอื่น  จะต้องคำนวณผลตอบแทนให้กับปัจจัยการผลิตนั้นด้วย

          3. การจัดบริการหลายประเภท  การจัดบริการทางการศึกษาก็เช่นเดียวกับการผลิตสินค้าและบริการอื่นๆ คือสินค้าและบริการนั้นควรจะมีความแตกต่างกัน เพื่อให้ผู้บริโภคเลือก เกี่ยวเรื่องนี้ สถาบันการศึกษาจำเป็นจะต้องให้มีบริการหลายชนิด เพื่อสนองความต้องการของบุคคลและตลาดแรงงาน

          4. ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือสถาบันการศึกษาจะต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการเพิ่มขนาดการผลิต โดยไม่ต้องเพิ่มทุนแลค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก เป็นการทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำลง  เพราะการผลิตจำนวนมากทำให้ประหยัดโดยอาศัยขนาด

 จะเห็นว่า สถาบันการศึกษาในฐานะที่เป็นหน่วยผลิตบริการการศึกษา จะต้องตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและหลักเศรษฐศาสตร์ เช่นเดียวกับหน่อยผลิตสินค้าและบริการอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปโดยใช้ทรัพยากรทางการศึกษาอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสนองตอบความต้องการของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนองความต้องการตลาดแรงงาน เพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                            สาระคำ

อุปสงค์ (Demand) หมายถึง ความต้องการสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่ผู้บริโภคต้องการจะซื้อภายในระยะเวลาหนึ่ง ณ ระดับราคาต่างๆของสินค้า หรือบริการชนิดนั้น(ความต้องการซื้อ)

อุปทาน (Supply) หมายถึง ความต้องการผลิตสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่ผู้ผลิตต้องการผลิตในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง  ณ ระดับราคาต่างๆของสินค้าหรือบริการชนิดนั้น(ความต้องการขาย)

*********************************************************************************



วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับเศรษฐกิจ

หากมองว่าสังคมเป็นระบบใหญ่ การศึกษาและเศรษฐกิจจะเป็นระบบย่อย ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด โดยความสามารถในทางการศึกษาและความสามารถในทางเศรษฐกิจจะมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกต่อกัน

สังคมใดที่มีเศรษฐกิจดี แสดงว่าระบบเศรษฐกิจในสังคมนั้นประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่จะก่อให้เกิดผลดีในทางเศรษฐกิจ และเมื่อเศรษฐกิจดีแล้วแน่นอนว่าจะช่วยให้ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย

ผลที่ได้จาการศึกษาเป็นปัจจัยนำเข้าที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจ เพราะบุคคลผู้มีการศึกษาเหล่านั้นนอกจากจะเป็นกำลังแรงงานแล้ว ยังเป็นผู้ตัดสินใจในการนำปัจจัยการผลิตอื่นๆมาลงทุนในระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนเป็นผู้เลือกวิธีการในการดำเนินการทางเศรษฐกิจอีกด้วย

ในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษาจะทำหน้าที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีลักษณะที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำหน้าที่สร้างทุนมนุษย์ของระบบเศรษฐกิจ

อาจกล่าวได้ว่า ในระบบเศรษฐกิจ มนุษย์มีความสำคัญที่สุด เนื่องจ ากในบรรดาปัจจัยผลิตทั้ง 4 ประการ อันประกอบด้วย ที่ดินและทรัยากรธรรมชาติ แรงงาน ทุน และผู้ประกอบการนั้น มนุษย์เป็นองค์ประกอบของปัจจัยการผลิตถึง 2ใน 4 คือเป็นทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ

การศึกษาได้สร้างกำลังแรงงานที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ เพื่อสนองความต้องการของระบบเศรษฐกิจ สร้างผู้ประกอบการอันมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ  จนกล่าวได้ว่าโครงการทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่หรือขนาดเล้ก จะต้องมีการศึกษาสนับสนุนจึงจะประสบความสำเร็จ

ประเทศเปรู มีโครงการปฏิรูปการเกษตร แต่ในการทำโครงการต้องประสบกับความยากลำบาก ทั้งนี้เพราะโครงการเหล่านั้นไม่มีการศึกษาและการฝึกอบรมสนับสนุน

นอกจากนั้น มนุษย์ยังเป็นผู้สร้างอุปสงค์หรือความต้องการสินค้าและบริการ ที่ระบบเศรษฐกิจสามารถผลิตขึ้นได้ และความต้องอันไม่จำกัดของมนุษย์นี่เอง ที่เป็นแรงผลักดันอันสำคัญ ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจต้องหาทางตอบสนองให้เพียงพอ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และให้ได้ผลผลิตสูงสุด

จะเห็นว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดจากทุนทางกายภาพเท่านั้นแต่เกิดจากทุนมนุษย์ด้วย  ฉะนั้นในขณะที่มีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักร จะต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังแรงงานควบคู่ไปด้วย

จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีประเทศใดที่ประชากรอ่านหนังสือไม่ออกเขียนหนังสือไม่ได้ จะมีระบบเศรษฐกิจที่ทันสมัย และไม่มีประเทศใดที่ทำให้มีผลผลิตต่อหัวสูงด้วยแรงงานที่มีการศึกษาต่ำ

นอกจานั้นยังพบว่า การศึกษามีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะต่อไปนี้

          1. ช่วยเพิ่มผลผลิต การเพิ่มความชำนาญให้แก่แรงงาน จะช่วยให้แรงงานมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นจึงมีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วย

          2. ช่วยลดต้นทุน การที่คนมีการศึกษาสูงขึ้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบางอย่าง เช่น ลดการกระทำผิด ลดความจำเป็นในการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย

          3. ช่วยยกระดับรายได้ การที่คนมีความรู้และทักษะในการผลิตสูงขึ้น จะทำให้ผลิตภาพสูงขึ้น  มีผลทำให้รายได้สูงขึ้น

          4. ช่วยเพิ่มสวัสดิภาพของประชาชน การที่คนมีรายได้สูงขึ้น มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม จะทำให้ประชาชนมีสวัดิภาพมากขึ้น

ะเห็นว่า ประสิทธิภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของทรัพยากรมนุษย์  และประสิทธิภาพของทรัพยากรมนุษย์ในทางเศรษฐกิจ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการศึกษา และหากเกิดความล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจ ก็ย่อมสรุปได้ว่า เป็นเพราะความด้อยประสิทธิภาพของระบบการศึกษาเป็นสำคัญ การศึกษาและความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจจึงเป็นส่ิ่งสำคัญควบคู่กันไป และในฐานะที่เป็นสถาบันทางสังคม การศึกษาก็อาจทำหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจโดยตรงได้เช่นกัน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                        สาระคิด

                             การพัฒนาเศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสม  นำไปสู่ปัญหาการว่างงาน

*********************************************************************************

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ลักษณะของคน สังคม และวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

คนเป็นทั้งทุน เจ้าของทุน ผู้ประกอบการ และแรงงาน ในระบบเศรษฐกิจ หากประเทศใดมีคนที่มีลักษณะที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เชื่อได้ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนั้นจะพัฒนาไปได้ด้วยดี

สำหรับลักษณะของคนที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจมีดังต่อไปนี้

          1. มีวินัย ความเป็นผู้มีวินัยทำให้เป็นผู้มีระเบียบในการใช้จ่าย ในการบริโภค ตลอดจนในการดำเนินชีวิต

          2. ประหยัด เป็นผู้รู้จักใช้จ่ายตามความจำเป็น มีผลทำให้เกิดการออม การสะสมทุน

          3. มีทัศนคติที่ทันสมัย เป็นคนที่ที่รับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆได้ง่าย โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นผู้ตระหนักถึงความสำคัญของเวลา กล้าที่จะริเริ่ม ไม่ย่อท้อต่อการที่จะต้องแข่งขัน ฯลฯ

           4. มีลักษณะมุ่งอนาคต การมุ่งอนาคตทำให้รู้จักวางแผนชีวิต รู้จักประหยัด

           5. ศรัทธาในความสามารของตนเอง ทำให้รู้จักช่วยตัวเอง รู้จักแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่ม เป็นผู้ไม่รอรับการช่วยเหลือจาผู้อื่น โดยไม่ช่วยเหลือตนเองก่อน

           6. มีบุคลิกภาพเพื่อส่วนรวม เป็นผู้ที่มองเห็นความสำคัญของส่วนรวม และมองเห็นประโยชน์ของส่วนรวมควบคู่กับประโยชน์ส่วนตน

           7. มีความคิดและความเชื่อว่าการทำงานเป็นธรรมชาติของมนุษย์  เกิดเป็นมนุษย์ต้องทำงาน เป็นคนรักการทำงาน และไม่เลือกงาน

อย่างไรก็ตาม การจะได้ประโยชน์สูงสุดจากคน สังคมและวัฒนธรรมจะต้องมีลักษณะที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา การพัฒนาเศรษฐกิจจึงจะดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งลักษณะสังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจนั้น  McClelland  สรุปว่ามีลักษณะดังนี้

           1.มีวัฒนธรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเพณีนิยม เต็มใจที่จะละทิ้งประเพณีบางอย่าง และเทคนิคต่างๆที่มีอยู่เดิม แล้วหันไปรับสิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ ไปใช้ในระบบอุตสาหกรรม

           2. บุคคลในสังคมจะได้รับสถานภาพทางสังคมโดยอาศัยความสำเร็จส่วนตน ซึ่งต่างกับประเทศที่ระบบเศรษฐกิจเจริญอย่างช้าๆ สถานภาพของบุคคลจะได้มาโดยกำเนิด

           3. เป็นสังคมและวัฒนธรรม ที่มักจะเน้นความสำคัญของการมีวินัยในตนเอง และการเป็นผู้รู้จักใช้จ่าย

           4. เป็นสังคมที่ปรารถนาความก้าวหน้า และเน้นการบากบั่น การทำงานหนัก ว่าเป็นเคร่ื่องช่วยให้บรรลุจุดมุ่งหมายต่างๆ

            5. มีการพัฒนากฎหมายต่างๆที่ใช้ได้กับทุกคน ในลักษณะที่เสมอภาค ยึดลัทธิสากลนิยม (universalism)

จะเห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจจะพัฒนาไปได้ด้วยดี จะต้องถึงพร้อมทั้งลักษณะของคน สังคม และวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจจะพัฒนาไปได้ยาก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ มักจะมีลักษณะของคน สังคม และวัฒนธรรมที่ไม่ค่อยจะเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ กลับมีลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยซ้ำไป
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                            สาระคิด

การทำงานแทบจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนไทยว่า เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าในตัวมันเอง ชาวนา คนงาน แทบจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม แต่การทำงานนั่งโต๊ะ หรือการเป็นเจ้าคนนายคนเป็นงานที่ดีกว่า การทำงานยิ่งห่างจากการใช้มือโดยตรงมากเท่าไร จะยิ่งมีเกียรติสูงขึ้นเท่านั้น

                                                                               Mulder

*********************************************************************************

วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ค่านิยมและสถาบันกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ค่านิยมเป็นการตัดสินใจ หรือการลงความเห็นของบุคคลและของส่วนรวมว่า อะไรเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาและควรแสวงหา

ค่านิยมเป็นเครื่องจูงใจให้บุคคลเลือกกระทำหรือหลีกเลี่ยงการกระทำ ค่านิยมมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคคล เป็นมาตรฐานที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกของมนุษย์ เมื่ออยู่ในสถานการที่ต้องเลือก ค่านิยมเป็นตัวกำหนดว่าอะไร"ถูก" อะไร"เหมาะ"อะไร"ที่จะปฏิบัติ" อะไร"ที่จะเชื่อ"

ในแง่ของการทำงาน นักมานุษยวิทยาเชื่อว่า นอกจากคนเราจะทำงานเพื่อชีวิตรอดแล้ว เหตุจูงใจที่สำคัญที่จูงใจให้คนเราทำงานคือค่านิยม ค่านิยมต่ออาชีพจึงเป็นรากแก้วของปัญหาการว่างงาน

เนื่องจากแต่ละสังคมมีค่านิยมที่แตกต่างกัน ค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของแต่ละสังคมจึงแตกต่างกันด้วย

เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ค่านิยมทำหน้าที่ 2 ประการ คือ ประการแรก ค่านิยมทำให้เกิดเป้าหมายทั้งเป้าหมายส่วนบุคคลและเป้าหมายสาธารณะ ค่านิยมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจะต้องเป็นค่านิยมที่ส่งเสริมการผลิต ประการที่สอง ค่านิยมทำให้เกิดนิสัยชอบ หรือทำให้เกิดกิจกรรมที่สัมพันธ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ฉะนั้น แม้จะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม หากปราศจากการมีระบบค่านิยมที่เหมาะสม ก็ไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจได้ ระบบค่านิยมที่เหมาะสมจึงเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ส่วนสถาบันมีความหมายเป็น 2 นัย คือในแง่รูปธรรม สถาบันหมายถึง องค์การหรือสมาคม ส่วนในแง่นามธรรม สถาบันหมายถึง ระเบียบหรือระบบการปฏิบัติที่ปฏิบัติกันอยู่ในสังคมหนึ่งๆ เป็นระเบียบหรือแนวปฏิบัติที่ปฏิบัติกันมาจนเคยชินและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมนั้น

สถาบันต่างๆของ ระบบการเมือง ระบเศรษฐกิจ และระบบสังคม มีอิทธิพลต่อความพยายามและความตั้งใจในการทำงานของมนุษย์

สถาบันเป็นตัวกำหนดทัศนคติ แรงจูงใจ และเงื่อนไขในการพัฒนาเศรษฐกิจ ถ้าสถาบันกระตุ้นให้คนแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ ต้องการมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความกระตือรือร้นที่จะทำงาน ย่อมจะก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจขึ้น อย่างไรก็ตาม หากสถาบันทำให้เกิดผลในทางตรงกันข้าม จะก่อให้เกิดอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ

นั่นคือ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ จำเป็นจะต้องมีสถาบันที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงจะเกิดการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว โดยสถาบันจะกระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ ตลอดจนมีการใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ การพัฒนาเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีสถาบันทางสังคมที่เหมาะสม

โดยทั่วไปค่านิยมและสถาบันมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะต่อไปนี้

          1.มีอิทธิพลต่อทัศนคติที่เกี่ยวกับการใช้ความพยายามทางเศรษฐกิจทั่วๆไป เช่น ทัศนคติต่อการทำงาน  การเสี่ยงในการลงทุน เป็นต้น

          2. มีอิทธิพลต่อผลิตภาพของแรงงาน  สถาบันที่เหมาะสมจะเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน  ส่วนสถาบันที่มักจะเป็นอุปสรรคต่อคุณภาพหรือผลิตภาพของแรงงาน เช่น ระบบการแบ่งทรัพย์สินให้บุตรเท่ากันทุกคน ความพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ เป็นต้น

          3. มีอิทธิพลต่อการออมและการลงทุน ค่านิยมและสถาบันบางลักษณะไม่เอื้อต่อการออมและการลงทุน อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น การทำบุญเกินกำลัง ลักษณะมุ่งปัจจุบัน เป็นต้น

          4. มีอิทธิพลต่อการขยายตัวของผู้ประกอบการ การขยายตัวของผู้ประกอบการขึ้นอยู่กับโครงสร้างของสถาบันและค่านิยม การมีค่านิยมและสถาบันที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดการขยายตัวของผู้ประกอบการได้มาก เช่น ค่านิยมในการสะสมความมั่งคั่ง เป็นต้น

          5. มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลทางเทคโนโลยีจะเกิดได้อย่างรวดเร็ว ก็ต่อเมื่อทัศนคติของคนในระบบสังคมยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งใหม่ๆ และสถาบันได้มีการส่งเสริมการวิจัยเพื่อแสวงหาสิ่งใหม่ๆมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ

นอกจากนั้น จากการศึกษาพบว่า ความแตกต่างของอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนา เกิดจากความแตกต่างในรูปแบบของสังคมและวัฒนธรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยค่านิยมและสถาบันในประเทศพัฒนามีลักษณะเอื้ออำนวยต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าประเทศกำลังพัฒนา

ด้วยเหตุนี้ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ จำเป็นจะต้องพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เป็นสังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ มิฉะนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้ยาก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                      สาระคิด

ถ้าเป็นสถานการณ์ที่ยาก และไม่มีคำแนะนำใดๆ พอเป็นแนวทางสำหรับการปฏิบัติ ลักษณะเฉพาะของคนไทยก็แสดงออกมาทันที คือจะ"เลี่ยง" หรือ"ถอยหนี"จากสถานการณ์ที่ยากนั้น

                                                                                                   Blanchard

*********************************************************************************

วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

การศึกษาและเทคโนโลยีกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

การศึกษามีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในแง่ที่ว่า การศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มี แรงงาน ผู้ประกอบการ และสร้างทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ในขณะเดียวกัน การศึกษายังช่วยให้บุคคลมีลักษณะที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นผู้พร้อมที่จะรับนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

ส่วนเทคโนโลยี หมายถึง การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน  การผลิต หรือการอุตสาหกรรม

สำหรับเทคโนโลยีทางด้านการผลิต อาจจำแนกได้เป็น 3 ชนิดด้วยกัน  คือ ความรู้ทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการผลิตแบบประหยัดปัจจัยประเภททุนและแรงงานในสัดส่วนเท่าๆกัน ความรู้ทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับผลิตแบบประหยัดปัจจจัยประเภททุนมากกว่าแรงงาน และความทางโทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการประหยัดแรงงานมากกว่าปัจจัยประเภททุน

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิผลและผลผลิตในกระบวนการผลิต ในลักษณะต่อไปนี้

          1. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ช่วยให้สามารถนำทรัพยากรมาใช้ดำเนินการได้หลายแนวทาง สามารถจัดสรรปัจจัยการผลิตได้เหมาะสมกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ หากมีแรงงานมากก็อาจเลือกใช้เทคโนโลยีแบบประหยัดทุนกับกระบวนการผลิต

         2. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของที่ดินและแรงงาน ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น

         3. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี มีผลทำให้กระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ก่อให้เกิดกระบวนการลงทุนและการจ้างงาน

        4. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดสินค้าใหม่ๆ หรือวิธีการผลิตใหม่ๆ แทนสินค้าและบริการชนิดเดิม

ที่สำคัญ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระบวนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะหยุดนิ่ง ตลอดจนไม่อาจนำทรัพยากรมาใช้ เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้

นั่นคือ การพัฒนาเศรษฐกิจจะดำเนินไปได้ด้วยดี ก็ต่อเมื่อ การศึกษาได้สร้างทุนมนุษย์ที่มี ความรู้ และทักษะ เป็นแรงงานที่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การผลิต และการอุตสาหกรรม
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                    สาระคำ

ทุนมนุษย์ หมายถึง ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และความชำนาญ ที่สะสมอยู่ในตัวบุคคลแต่ละคน  ในทางเศรษฐศาสต์ ทุนมนุษย์เป็นสินค้าทุน เป็นสินค้าที่ผลิตสินค้าอื่นได้อีก

*********************************************************************************

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ผู้ประกอบการกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ผู้ประกอบการ เป็นบุคคลที่ผสมผสานปัจจัยการผลิตต่างๆ ทำการก่อตั้งสถานธุรกิจ ผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อการจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป

ผู้ประกอบการ เป็นผู้ก่อให้เกิดการลงทุน เป็นผู้นำในการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ตลอดจนเป็นผู้นำวัตถุดิบชนิดอื่นมาใช้แทนวัตถุดิบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ผู้ประกอบการ เป็นผู้ดัดแปลงสัดส่วนของปัจจจัยการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น รวมทั้งผลิตสินค้าและบริการแปลกๆใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดให้กว้างขวางออกไป

ผู้ประกอบการ เป็นผู้ที่สามารถแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างสรรค์ให้เกิดให้เกิดประกอบการใหม่ๆ

ผู้ประกอบการจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะเป็นผู้ก่อให้เกิดการผลิต และใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากสิ่งที่ค้นพบใหม่ๆ ดังที่กล่าวมา

อย่างไรก็ตาม การจะก่อให้เกิดการเจริญเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ จะต้องมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติดังนี้

          1. มีจิตใจกล้าเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ และการทำงานมากกว่าปกติ โดยการเสี่ยงแต่ละครั้ง จะต้องมีความรู้และทักษะในเรื่องนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อทำให้ธุรกิจหรืองานที่ทำอยู่มีความก้าวหน้า หรือขยายกิจการใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อการเสี่ยงโชค

         2. มีความขยันขันแข็งในการทำงาน หนักเอาเบาสู้ อดทนไม่ท้อถอย มีความเชื่อว่า ความสำเร็จของชีวิตอยู่ที่การทำงานหนัก และมีไหวพริบในการทำงาน

          3. มีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเอง

          4. เมื่อจะทำกิจการใดๆจะต้องคำนึงถึงผลที่จะได้รับ

          5. มีการคาดการณ์ล่วงหน้าในงานที่ทำ มีการวางแผนระยะยาว มีการแบ่งขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด และแผนที่กำหนดขึ้นนั้นมีผลมาจากการศึกษาถึงสภาพ โอกาส และทรัพยากรที่มีอยู่

          6. มีความสามารถในการจัดการและการบริหารงาน

          7. เป็นผู้มีความกระตือรือร้น และมีความมั่นใจในตนเอง

          8. เป็นคนที่สร้าสรรค์โดยไม่อาศัยแรงจูงใจทางด้านผลกำไร หรือต้องการอำนาจทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

ฉะนั้น ประเทศหรือสังคมใดที่ต้องการความก้าวหน้า จะต้องมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างเพียงพอ เพื่อผลักดันให้เกิดการนำเอาสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ มาใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ  และหากประเทศใดขาดผู้ประกอบการ แน่นอนว่าจะทำให้การเจริญเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปได้ยาก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                             สาระคิด

                                ทุกสังคมมีทรัพยากรจำกัด แต่คนในสังคมมีความต้องการไม่สิ้นสุด

                                จึงควรหาวิธีการที่จะนำทรัพยากรมาใช้ในทางที่ประหยัดที่สุด

                                และสามารถสนองความต้องการได้สูงสุด

*********************************************************************************


วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ทุนกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ทุนเป็นสินค้าที่ได้มาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสามารถนำไปใช้ผลิตสินค้าตัวอื่นได้ต่อไปในอนาคต

นความหมายทางเศรษฐกิจ ทุน มีความหมายเป็น 2 อย่างคือ ทุนในความหมายอย่างแคบ และทุนในความหมายอย่างกว้าง

ทุนในตวามหมายอย่างแคบ หมายถึง เครื่องจักร เครื่องมือโรงงาน วัตถุดิบ สินค้าที่กำลังผลิตอยู่ในโรงงาน และสินค้าที่ผลิตแล้วแต่ยังไม่ได้จำหน่าย

ส่วนทุนในความหมายอย่างกว้างนั้น นอกจากจะรวมเอาสิ่งต่างๆที่กล่าวมาแล้วในความหมายอย่างแคบ ยังรวมเอาความรู้ ความชำนาญ ความสามารถ ที่ประชากรของประเทศได้สร้างสมไว้ซึ่งเรียกว่าทุนมนุษย์และทุนขั้นพื้นฐานของประเทศ ที่อำนวยบริการให้แก่ระบบการผลิตและการจำหน่าย เช่น ถนนหนทาง เครื่องมือ การขนส่ง การคมนาคม การประปา การไฟฟ้า การสาธาณะสุข การพลังงาน และสาธารณูปโภคอื่นๆ

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ เห็นว่าทุนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจมาก เพราะเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อผลิตภาพและความเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจ  ในลักษณะต่อไปนี้

         1.การมีทุนเพิ่มขึ้น จะทำให้การผลิตมีโอกาสขยายตัวเป็นการผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มความชำนาญในการผลิตให้กับแรงงานมากขึ้น

         2. ทุนจำเป็นสำหรับการขยายการผลิตและการจ้างงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มจำนวนประชากร

         3. ถ้าสามารถสะสมทุนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว จะยังผลให้อุปทานของเครื่องมือและ เครื่องจักร ต่อคนงานแต่ละคนเพิ่มสูงขึ้น มีผลให้แรงงานสามารถทำหน้าที่ของตนได้รวดเร็วขึ้น  นั่นคือประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานจะเพิ่มขึ้น

ในประเทศพัฒนาอัตราการสะสมทุนจะมีค่อนข้างสูง ซึ่งตรงกันข้ามกับประเทศด้อยพัฒนาที่มีอัตราการสะสมทุนต่ำ อันเนื่องมาจากการมีผลิตภาพและรายได้ต่ำ มีการนำเงินออกไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมทางเศรษฐกิจ ใช้เงินเพื่อความสนุกสนานและพิธีกรรมต่างๆ  ขาดสิ่งจูงใจให้มีการลงทุน ตลอดจนขาดสถาบันการเงินที่เหมาะสม นอกจากนั้น คนในประเทศด้อยพัฒนามีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสูงตามอย่างประเทศที่เจริญแล้วอีกด้วย 

จะเห็นว่า ทุนมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับปัจจัยอื่นๆ ฉะนั้นหากประเทศกำลังพัฒนาต้องการพัฒนาเศรษฐกิจให้ดำเนินไปด้วยดี จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีการการสะสมทุนอย่างจริงจัง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                      สาระคิด

 การพัฒนาเศรษฐกิจที่อาศัยทุนจากต่างประเทศ ไม่่อาจเป็นการพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้

*********************************************************************************